เกิดความผิดปกติของเนื้อเยื่อหุ้มฟัน
อาการบ่งบอกว่ามีฟันคุด คือ ปวดฟัน เหงือกบวมแดงหรือมีเลือดออก ปวดกราม ใบหน้าบวม มีกลิ่นปาก รู้สึกถึงรสชาติแปลก ๆ ในปาก อ้าปากและกลืนอาหารได้ลำบาก แต่บางคนอาจไม่มีอาการปวดฟัน หรือสัญญาณเตือนของฟันคุดแสดงให้เห็นเลย จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ไม่ถอนหรือผ่าฟันคุดได้ไหม นั่นเอง
นอกจากผลกระทบดังกล่าวแล้ว การที่ฟันคุดไม่โผล่พ้นเหงือกโดยสมบูรณ์ยังทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารและเชื้อโรคจนเกิดคราบจุลินทรีย์ ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย เช่น
เหงือกในบริเวณที่ปกคลุมฟันคุดอักเสบหรือมีการติดเชื้อ
ก็ควรไปหาทันตแพทย์เพื่อสังเกตอาการอยู่ตลอดและต้องรักษาสุขภาพปากและฟันให้สะอาดอยู่เสมอด้วย
ถ้าฟันคุดผุ มีอาการปวดบวมเล็กน้อย มีการอักเสบติดเชื้อที่สามารถผ่าได้เลยคุณหมอก็อาจจะผ่าตัดให้เลย เพื่อป้องกันการผุติดเชื้อลุกลามไปยังฟันข้างเคียง ทั้งนี้ทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ภูมิต้านทาน การดูเเลช่องปากเเละโรคประจำตัวอื่นๆ ของคนไข้ร่วมด้วย
รีเทนเนอร์แบบโลหะ ทางเลือกน่าสนใจหลังจัดฟัน
ในกรณีที่ตัวฟันขึ้นได้อย่างสมบูรณ์และไม่มีอาการอื่นๆ คนไข้อาจคิดว่าสามารถที่จะปล่อยไปเลยโดยไม่ถอน แต่เราก็แนะนำให้เอาฟันคุดออกอยู่ดี เพราะตัวฟันจะอยู่บริเวณด้านในของช่องปาก ทำให้การแปรงฟันหรือดูแลรักษาทำได้ยาก ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อฟันผุ
เพื่อลดอาการปวดฟัน : การผ่าเอาฟันคุดออกช่วยลดแรงดันของฟันคุดที่กำลังขึ้น จึงช่วยลดอาการปวดฟันที่มักเกิดเป็นช่วงๆ และทำให้หลายๆ คนต้องทนกับอาการปวดเป็นระยะเวลานานหลายปี
หลีกเลี่ยงการบ้วนปากมากเกินไป ในช่วงแรกๆ หลังถอนฟันคุดอาจมีเลือดซึมออกมาจากแผลบ้าง ทำให้หลายคนพยายามบ้วนปาก ซึ่งอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกจากแผลได้
สาเหตุที่ทำให้อาการปวดอาจอยู่ได้นาน เช่น ฟันคุดแบบไหนไม่ต้องผ่า ตำแหน่งของฟันคุด, ความยาวของรากฟันว่าอยู่ใกล้เส้นประสาทหรือไม่, รูปร่างฟันคุดเป็นอย่างไร
รวมถึงลักษณะการขึ้นของฟันคุดก็มีอยู่หลายแบบ
ผ่าฟันคุดกินอะไรได้บ้าง กินอะไรหายเร็ว
เกร็ดสุขภาพ : ได้รู้กันแล้วว่าฟันคุดแบบไหนไม่ต้องผ่า คราวนี้เราลองมาดูวิธีดูแลตัวเองหากไม่อยากผ่าฟันคุดกันดีกว่า (แต่อย่าลืมว่าใครที่ไม่อยากผ่า ฟันคุดของเราต้องเป็นฟันคุดที่ไม่แสดงอาการหรือเป็นฟันคุดที่ยังโผล่ไม่พ้นเหงือกเท่านั้นนะคะ) เริ่มจากการแปรงฟันหลังอาหาร ตามด้วยการกลั้วคอทุกครั้ง ส่วนไหมขัดฟันให้ใช้ทุกคืนก่อนนอนหรือหลังแปรงฟันในตอนเย็น นอกจากนี้อาจเพิ่มการใช้สมุนไพรเข้ามาด้วย เช่น การดื่มชาเขียว การถูฟันด้วยกานพลู หรือการอมน้ำเกลือในปาก เป็นต้น